top of page
  • Writer's picturePranon L.

กลไกการทำงานของเซลล์บำบัด

เจาะลึกหลักการทำงาน พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับเซลล์บำบัด


ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์การแพทย์ ความต้องการในการเอาชนะความชราวัย ตลอดจนความต้องการในการฟื้นฟูผิวที่เต็มไปด้วยสัญญาณแห่งวัยให้กลับมาสดใสและเปล่งปลั่งเหมือนในช่วงวัยเยาว์อีกครั้ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกลุ่มเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อการก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดของเทคโนโลยีความงามและการชะลอวัยแบบดั้งเดิม นวัตกรรมในการชะลอวัยในรูปแบบใหม่อย่าง นวัตกรรมเซลล์บำบัด (Stem Cell Therapy) ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในด้านของการนำเอาคุณสมบัติของเซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์ (Stem Cells) ที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ทุกคน มาใช้ประโยชน์ในฐานะของเซลล์บำบัดที่สามารถฟื้นฟู ซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายที่สึกหรอไป ช่วยจัดการกับหลากหลายปัญหาผิวและความชราวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำรวจความซับซ้อนของสเต็มเซลล์ในฐานะเซลล์บำบัด

ก่อนที่จะไปร่วมเจาะลึกถึงกลไกการทำงานที่ซับซ้อนของการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือเซลล์บำบัด (Stem Cell Therapy) สิ่งสำคัญ คือ การต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติพื้นฐานของสเต็มเซลล์เสียก่อน โดยสเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์ประเภทหนึ่งที่ยังไม่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่มาพร้อมด้วยความสามารถพิเศษในการเจริญเติบโต การแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนตัวเองขึ้นมาใหม่ (Proliferation) และการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (Differentiate) ไปเป็นเซลล์ประเภทอื่น ๆ ที่เป็นรากฐานที่สำคัญของเนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้อย่างครอบคลุม เพราะฉะนั้นแล้ว สเต็มเซลล์จึงเรียกได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีความอเนกประสงค์สำหรับการนำมาใช้งานในฐานะเซลล์บำบัด เพื่อประโยชน์ในการช่วยชะลอวัย ร่วมกับการช่วยฟื้นฟูความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ หรือเซลล์บำบัด มีหลักการทำงานอย่างไร ?

เซลล์บำบัด หรือ สเต็มเซลล์ Stem Cell Therapy เป็นเวชศาสตร์การฟื้นฟูประเภทหนึ่งที่นำเอาเซลล์ที่มีสุขภาพดีและมีชีวิตอยู่ไปฉีดเข้าสู่ร่างกาย ตามบริเวณต่าง ๆ ได้ทั้งกล้ามเนื้อ หลอดเลือดดำ เป็นต้น เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์และกระตุ้นการทำงานของเซลล์อื่น ๆ ในบริเวณนั้น ๆ ที่เกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพลงไป ส่งผลให้ในปัจจุบันนี้ เซลล์บำบัด หรือ การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์จึงได้กลายมาเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ฟื้นฟูสุขภาพผิวพรรณที่เสื่อมไปตามกาลเวลาหรือพฤติกรรมกาใชัชีวิต ร่วมกับการช่วยชะลอและฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ นอกจากประโยชน์ในด้านของความงามและการช่วยชะลอวัยแล้วนั้น นวัตกรรมการบำบัดด้วยเซลล์ยังตอบโจทย์สำหรับการนำมาใช้ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายที่เกิดการเสื่อมสภาพไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยสำหรับหลักการทำงานเพื่อการช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายนั้น สเต็มเซลล์ที่ถูกจัดเก็บมาจากแหล่งที่มาต่าง ๆ อาทิ สเต็มเซลล์จากกระดูก กระแสเลือด รก และสายสะดือ เป็นต้น จะถูกนำมาเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและเพาะเลี้ยงภายในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการควบคุมเป็นพิเศษ เพื่อให้สเต็มเซลล์เติบโตและมีปริมาณที่มากพอสำหรับการนำมาใช้งานเป็นเซลล์บำบัด หลังจากนั้น สเต็มเซลล์ที่ถูกจัดเตรียมให้มีความพร้อมสำหรับการนำมาใช้งานจะถูกนำมาฉีดเข้าสู่ผิวหนังโดยตรงหรือฉีดผ่านเส้นเลือดดำเข้าสู่ร่างกาย เพื่อประโยชน์ในการช่วยให้สเต็มเซลล์สามารถเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ร่วมกับการช่วยกระตุ้นให้เซลล์ที่อ่อนแอสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการช่วยบำบัดความเจ็บป่วย คืนสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกาย และคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณได้อย่างครอบคลุม



การรักษาด้วยนวัตกรรมเซลล์บำบัด ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะเห็นผล ?

นวัตกรรมการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือเซลล์บำบัด เป็นนวัตกรรมการฟื้นบำรุงและคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวที่จะมีการฉีดสเต็มเซลล์เข้าไปในชั้นผิวที่กำลังประสบกับปัญหาผิวและสัญญาณแห่งวัยโดยตรง รวมไปถึงบริเวณต่าง ๆ ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพเสื่อมของเซลล์ เพราะฉะนั้นแล้ว หลังจากที่สเต็มเซลล์ถูกฉีดเข้าไป สเต็มเซลล์จะสามารถออกฤทธิ์ในการช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ภายในบริเวณดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้ารับการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์มักจะไม่สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ในช่วงแรกของการฉีดสเต็มเซลล์ เนื่องจากเป็นการซ่อมแซมในระดับเซลล์ ผลลัพธ์ในการฟื้นบำรุงนั้นจึงยังไม่มีความชัดเจนหรือเด่นชัดในภายนอกหรือผิวชั้นนอกมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างน้อยประมาณสามสัปดาห์ ไปจนถึงแปดสัปดาห์หลังการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ หรือที่นิยมเรียกกันว่าการฉีดสเต็มเซลล์ ผู้ที่เข้ารับการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์จะสามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ประโยชน์ที่จะได้รับจากนวัตกรรมเซลล์บำบัด


1.เซลล์บำบัดคือการฟื้นบำรุงผิวและการช่วยชะลอวัยจากต้นตอของปัญหา

นวัตกรรมเซลล์บำบัด เป็นนวัตกรรมการฟื้นบำรุงผิวและชะลอวัยแบบลงลึกถึงในระดับเซลล์ ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการเสื่อมสภาพของเซลล์ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาผิวและสัญญาณแห่งวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นแล้ว นวัตกรรมเซลล์บำบัดจึงสามารถให้ผลลัพธ์ในการช่วยฟื้นบำรุงและฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน


2.เซลล์บำบัดสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้

นอกเหนือจากประโยชน์ในด้านของการช่วยฟื้นบำรุงความงามและชะลอวัย นวัตกรรมเซลล์บำบัดยังได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานเพื่อการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของร่างกาย ที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของเซลล์ในบริเวณนั้น ๆ ด้วยการฉีดสเต็มเซลล์เข้าไปฟื้นฟูอย่างตรงจุด อาทิ การบรรเทาอาการปวดข้อเข่า ปวดหลัง ปวดข้อต่อ และเอ็นร้อยหวาย ตลอดจนการช่วยบรรเทาอาการเจ็บส้นเท้า หรือช่วยรักษารองช้ำให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ที่มาเข้ารับการรักษาด้วยนวัตกรรมเซลล์บำบัดสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น


3.เซลล์บำบัดใช้เวลาพักฟื้นหลังการทำหัตถการน้อย

นวัตกรรมเซลล์บำบัด เป็นนวัตกรรมการชะลอวัยและฟื้นฟูความเสื่อมของเซลล์ที่ไม่ได้มีการรุกรานเข้าไปในชั้นผิวหนังในระหว่างการทำหัตถการ เพราะฉะนั้นแล้ว นวัตกรรมเซลล์บำบัดจึงใช้ระยะเวลาพักฟื้นหลังการทำหัตถการน้อย อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยที่มากเท่ากับการทำหัตถการในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การฉีดสเต็มเซลล์บริเวณผิวหน้า อาจมีรอยแดงจากการใช้เข็ม แต่ก็จะหายไปและสามารถแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าได้ตามปกติหลังจากฉีดเสต็มเซลล์ไปแล้วใน 24 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ นวัตกรรมการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์อาจทำให้ผู้ที่เข้ารับการทำหัตถการดังกล่าวมีอาการตัวอุ่น ๆ ร้อน ๆ ไม่สบายตัว คล้ายกับว่าจะมีไข้ หลังจากที่เข้ารับการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ได้เช่นกัน ซึ่งอาการดังกล่าวจะสามารถหายไปเองได้เมื่อระยะเวลาผ่านไป


จะเห็นได้ว่า นวัตกรรมเซลล์บำบัดไม่เพียงเป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการดูแลสุขภาพและการชะลอวัยให้มีความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้นเท่านั้น แต่การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ยังสามารถช่วยปลดล็อกศักยภาพของเซลล์ในร่างกายของเรา ให้ฟื้นฟูสภาพและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ที่ถูกฉีดเข้าไปเพื่อช่วยในการช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้แบบลงลึกถึงในระดับเซลล์ นับได้ว่าเป็นประโยชน์ในการช่วยชะลอวัยและบรรเทาความเจ็บป่วยของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยที่ LBM Stem Cell Research Unit เราเป็นศูนย์วิจัยและผู้ให้บริการเพาะเลี้ยงและจัดเก็บสเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือเซลล์ต้นกำเนิด ที่มุ่งมั่นศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากสายสะดือมนุษย์ชนิด MSCs ที่มีความเข้ากันได้ดีกับร่างกายของมนุษย์มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ Phd ด้านเซลล์ต้นกำเนิด และ นักเทคนิคการแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cells) และวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Technology) อย่างแท้จริง เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการสร้างกระบวนการจัดเก็บสเต็มเซลล์ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ร่วมกับการช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ที่ถูกนำมาใช้งานในนวัตกรรมเซลล์บำบัดสามารถช่วยซ่อมแซม ป้องกันความเสื่อม ฟื้นฟูความเสียหาย เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านการแพทย์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาพเสื่อมได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากที่สุด


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม LBM Stem Cell Research Unit

Tel : 086 986 7979 

Facebook : LBMStemCells 

LINE : @lbmstemcell 

40 views0 comments

Comments


bottom of page