top of page
  • Writer's picturePranon L.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า

สำรวจ 10 คำถามน่ารู้ก่อนการตัดสินใจฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า


การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า เป็นหนึ่งในหัตถการความงามในกลุ่มเซลล์บำบัดที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลลัพธ์ที่โดดเด่นในการช่วยลบเลือนฝ้าและจุดด่างดำ โดยในบทความนี้ LBM Stem Cell Research Unit จะขอพาผู้ที่กำลังสนใจเกี่ยวกับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ามาร่วมสำรวจ 10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ดังนี้


การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเป็นนวัตกรรมในกลุ่มเซลล์บำบัดที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการฟื้นบำรุงผิวและการจัดการกับปัญหาฝ้าและจุดด่างดำต่าง ๆ แบบลงลึกถึงในระดับเซลล์ โดยการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า อันที่จริงแล้วจะใช้คำว่ารักษาฝ้าก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่สเต็มเซลล์จะสามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่จะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและทำให้รอยฝ้าดูจากลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดี นอกจากนี้การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ายังสามารถช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินบนผิวหน้าที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าและจุดด่างดำได้อีกด้วย


2.สเต็มเซลล์ที่นำมาใช้ในการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ามีแหล่งกำเนิดมาจากไหน ?

สเต็มเซลล์สามารถเลือกจัดเก็บมาใช้งานได้จากหลายแห่ง ทั้งในพืช สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสิ่งมีชีวิต แต่ที่ LBM Stem Cell Research Unit สเต็มเซลล์ที่จะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราจะเป็นสเต็มเซลล์ชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells : MSCs) ที่ถูกจัดเก็บมาจากสายสะดือของทารกแรกเกิดเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ที่ต้องการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจึงสามารถมั่นใจได้ว่า สเต็มเซลล์ดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพและมีความเข้ากันได้ดีกับร่างกายของมนุษย์ อีกทั้งยังได้รับจำนวนสเต็มเซลล์เข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าสเต็มเซลล์จากแหล่งที่มาอื่น ๆ ที่ถูกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคัดกรองออกไป


3.การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าปลอดภัยหรือไม่ ?

ในปัจจุบันนี้ การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า หรือการใช้สเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้านับเป็นหัตถการด้านความงามที่มีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากสเต็มเซลล์ที่ถูกนำมาใช้ในการฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าจะเป็นสเต็มเซลล์ชนิด MSCs ที่มีแหล่งที่มาจากสายสะดือเด็กแรกเกิด มีหน้าที่ในการทำงานที่ไม่เฉพาะเจาะจง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะกระจายตัว เจริญและพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่เหมาะสมต่อจุดนั้น ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว สเต็มเซลล์ดังกล่าวจึงมักจะไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเมื่อถูกนำมาฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนัง นอกจากนี้ สเต็มเซลล์ที่ถูกนำมาใช้ในการฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าของ LBM Stem Cell Research Unit ยังผ่านกระบวนการสกัดและจัดเก็บภายในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานและเป็นไปตามข้อกำหนดของ FDA


4.ฝ้าแบบไหนสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ?

เราสามารถแบ่งชนิดของฝ้าได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตามลักษณะการเกิดฝ้า เช่น แบบตื้น (บนผิวหนังกำพร้า) แบบลึก หรือแบบตามสาเหตุการเกิดฝ้า เช่น ฝ้าแดด ที่เกิดจากรังสียูวีเอและยูวีบี ฝ้าเลือด ที่เกิดจากระบบเลือดลมและฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ เป็นต้น การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเป็นการฟื้นบำรุงผิวแบบลงลึกถึงในระดับเซลล์ที่ตอบโจทย์การช่วยรักษาฝ้าทุกรูปแบบ นอกจากนี้การฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัด หรือที่หลายคนเรียกว่า ฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ายังสามารถช่วยยับยั้งสาเหตุของการเกิดฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ





5.การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าต้องทำกี่ครั้ง / ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะเห็นผล ?

การฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัด หรือที่หลายคนเรียกว่าการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเป็นหัตถการที่จะนิยมทำเพียงแค่ปีละหนึ่งครั้ง แต่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามการประเมินของแพทย์ โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเพื่อการช่วยลบเลือนฝ้าและจุดด่างดำในแต่ละครั้งก็จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคลเช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ที่เข้ารับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ และผลลัพธ์ของการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจะสามารถคงอยู่ต่อไปได้อีกนานหลายปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองหลังเข้ารับบริการด้วยเช่นกัน


6.อายุเท่าไหร่ถึงสามารถฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าได้ ?

โดยทั่วไปแล้ว ช่วงอายุที่เหมาะสำหรับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเพื่อการฟื้นฟูผิวถึงในระดับเซลล์จะอยู่ที่ประมาณ 35 ปีขึ้นไป เนื่องจากช่วงอายุดังกล่าวถือเป็นช่วงอายุที่ร่างกายจะมีการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินที่น้อยลง จนเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย อีกทั้งยังทำให้ผิวอ่อนแอและบอบบางลงจนเกิดฝ้าและจุดด่างดำต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น


7.การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าดีกว่าการรักษาฝ้าแบบอื่น ๆ อย่างไร ?

การฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัด หรือที่หลายคนเรียกว่าการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า สามารถให้ผลลัพธ์ในการช่วยลบเลือนฝ้าและการช่วยยับยั้งสาเหตุของการเกิดฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาฝ้าด้วยวิธีการอื่น ๆ เนื่องจากการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเป็นการรักษาที่ต้นตอในระดับเซลล์ รวมถึงยังให้ผลลัพธ์ในการช่วยฟื้นบำรุงและจัดการกับปัญหาฝ้าบนใบหน้าได้อย่างยาวนานมากกว่าการฟื้นฟูปัญหาฝ้าในชั้นหนังกำพร้าซึ่งเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ


8.การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเจ็บไหม ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ?

ในระหว่างขั้นตอนของการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ผู้ที่เข้ารับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจะได้รับยาชาเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการทำหัตถการ แต่หลังจากจบขั้นตอนของการฟื้นฟูปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัดหรือการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ผู้เข้ารับบริการอาจเกิดความรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายตัวได้ในระดับเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำเซลล์บำบัด เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ที่เข้ารับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมกับการงดออกกำลังกาย งดทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลัง งดประคบร้อนหรือทำทรีตเมนต์ในบริเวณที่ฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าไว้ งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัดหรือที่เรียกกันว่าฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าที่ดี


9.การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเหมาะกับทุกสภาพผิวหรือไม่ ?

การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเพื่อฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้า เป็นหัตถการความงามที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยไม่ว่าจะมีผิวมัน แห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผิวผสม การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าก็สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการฟื้นฟูปัญหาฝ้าและการฟื้นบำรุงผิวแบบองค์รวมให้กับผู้เข้ารับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ การขอรับคำปรึกษาอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนเข้ารับบริการฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัด หรือที่นิยมเรียกกันว่าการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าก็นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าสามารถช่วยแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาผิวได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลมากที่สุด


10.การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าสามารถทำร่วมกับหัตถการความงามอื่น ๆ ได้หรือไม่ ?

การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเพื่อฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าสามารถทำร่วมกับหัตถการความงามอื่น ๆ ได้ เพื่อการฟื้นฟูจากภายในในระดับเซลล์และการฟื้นฟูที่ภายนอกหรือในระดับชั้นผิวกำพร้า เรียกได้ว่าเป็นการช่วยส่งเสริมการดูแลและการฟื้นบำรุงผิวโดยรวมให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์กับความต้องการมากที่สุด แต่ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ารับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวก่อนการทำหัตถการความงามอื่น ๆ ร่วมกับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการทำหัตถการต่าง ๆ ที่มากที่สุด


สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าหรือฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัด ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์หน้าใส สเต็มเซลล์ฉีดหน้า stem cell ฉีดหน้า Placenta Growth Factor ฉีดพลาเซนต้า เพื่อการช่วยชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์และแก้ไขทุกปัญหาผิวที่กวนใจ ที่ LBM Stem Cell Research Unit เราเป็นศูนย์วิจัยและผู้ให้บริการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือเซลล์ต้นกำเนิด สำหรับนำสเต็มเซลล์มาใช้ฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ตลอดจนปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น ตลอดจนฟื้นฟูได้ สำหรับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าหรือฟื้นฟูผิวจากปัญหาฝ้าด้วยเซลล์บำบัด เรามุ่งมั่นศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดหรือ หรือสเต็มเซลล์มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ Phd ด้านเซลล์ต้นกำเนิด และ นักเทคนิคการแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเซลล์ต้นกำเนิดหรือ หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cells) และวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Technology) อย่างแท้จริง เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการช่วยทำให้สเต็มเซลล์สามารถช่วยซ่อมแซม ป้องกันความเสื่อม ฟื้นฟูความเสียหาย เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านการแพทย์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาพเสื่อมได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากที่สุด


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม LBM Stem Cell Research Unit

Tel : 086 986 7979 

Facebook : LBMStemCells 

LINE : @lbmstemcell 

57 views0 comments

Comments


bottom of page