top of page
  • Writer's picturePranon L.

ข้อแตกต่างระหว่างการเลเซอร์และการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า

การเลเซอร์และการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์


เมื่อรูปลักษณ์ภายนอก คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตัวเอง ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการต้องประสบกับ “ปัญหาฝ้า” ที่ก่อให้เกิดรอยปื้นสีเข้มที่ทำให้ใบหน้าไม่เรียบเนียนและไม่มีความสม่ำเสมอนับเป็นหนึ่งในปัญหาที่ไม่เพียงแต่เป็นตัวการสำคัญในการบดบังความงามบนใบหน้าเท่านั้น แต่ปัญหาฝ้ายังส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ จนทำให้หลาย ๆ คนมีความมั่นใจในตนเองที่ลดน้อยลงไม่น้อยเลยทีเดียว


อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและศาสตร์แห่งการชะลอวัยในปัจจุบันนี้ ส่งผลให้การรักษาฝ้าจึงสามารถทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งด้วยการเลเซอร์ฝ้าและการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า แต่ทั้งนี้วิธีการรักษาฝ้าทั้งสองวิธีดังกล่าวก็ล้วนมีรายละเอียด วิธีการ และผลลัพธ์ในการรักษาฝ้าที่แตกต่างกันออกไป ในบทความนี้ LBM Stem Cell Research Unit จึงอยากจะขอพาผู้ที่กำลังมีปัญหาฝ้ากวนใจทุกคนไปร่วมเจาะลึกความแตกต่างที่สำคัญของการเลเซอร์ฝ้าและการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าไปด้วยกัน


เจาะลึกความแตกต่างที่สำคัญของการเลเซอร์ฝ้าและการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า


1.กลไกการออกฤทธิ์


ฝ้า เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่เกิดขึ้นจากการที่เซลล์เมลาโนไซต์ ที่มีหน้าที่ในการผลิตเมลานินหรือเม็ดสีบนผิวหนัง ถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยต่าง ๆ อาทิ แสงแดด พันธุกรรม หรือการได้รับฮอร์โมนเพศหญิงจากการทานยาคุมกำเนิดหรือการตั้งครรภ์ จนทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีในปริมาณที่มากจนเกินไป และนำไปสู่การเกิดเป็นรอยปื้นใหญ่ ๆ สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีดำ (Hyperpigmentation) หากไม่หาวิธีการป้องกันหรือรักษาฝ้าทั้งด้วยการเลเซอร์ฝ้าและการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าก็จะทำให้การเกิดฝ้าขยายพื้นที่เป็นวงกว้างจนยากต่อการรักษาให้หายขาดมากยิ่งขึ้น


การเลเซอร์ฝ้า :

การรักษาฝ้าด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ประเภทต่าง ๆ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาฝ้าที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ในปัจจุบันนี้ที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนรอยฝ้าและจุดด่างดำที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้คลื่นแสงเลเซอร์ที่มีความเข้มสูงในการกำหนดเป้าหมายไปที่บริเวณผิวหนังชั้นนอกเพื่อทำการลบรอยฝ้า โดยที่ไม่ทำให้ผิวหนังในบริเวณอื่นเกิดความเสียหายจนเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงและความรู้สึกเจ็บปวด นอกจากนี้นวัตกรรมการเลเซอร์ยังสามารถช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีความจำเป็นต่อการช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการช่วยกระตุ้นให้ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า :

การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าถือเป็นหนึ่งความมหัศจรรย์ของนวัตกรรมการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ได้มีการนำเอาศาสตร์แห่งเซลล์บำบัดมาใช้ในการช่วยซ่อมแซมและฟื้นบำรุงสภาพผิวที่กำลังประสบกับสารพัดปัญหาผิว โดยเฉพาะปัญหาฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้าแบบเร่งด่วน ด้วยการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการจะฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผิวโดยตรง โดยกลไกการออกฤทธิ์ของการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้านั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่การช่วยซ่อมแซมและปรับสมดุลให้กับผิวเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ อีกทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ซึ่งจะช่วยทำให้รอยฝ้าและรอยด่างดำต่าง ๆ ดูจากลงอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย


2.เป้าหมายในการรักษา


การเลเซอร์ฝ้า :

การรักษาฝ้าด้วยการเลเซอร์เป็นวิธีการที่ตอบโจทย์สำหรับความต้องการในการรักษาฝ้าในระดับพื้นผิว เนื่องจากคลื่นแสงของเลเซอร์ฝ้าประเภทต่าง ๆ จะถูกส่งลงไปที่บริเวณใต้ผิวหนังในชั้นหนังแท้เพื่อช่วยทำลายเม็ดสีบนผิวหน้า ร่วมกับการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวเพื่อให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส และปราศจากริ้วรอยจุดด่างดำเท่านั้น


การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า :

การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าเป็นวิธีการที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป้าหมายในการช่วยจัดการกับปัญหาฝ้าและจุดด่างดำต่าง ๆ ในรูปแบบที่ลึกลงไปถึงในระดับเซลล์ เพราะฉะนั้นแล้วการเลือกฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจึงไม่เพียงแต่สามารถช่วยลบเลือนรอยดำคล้ำจากฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ายังสามารถช่วยจัดการกับริ้วรอยต่าง ๆ ที่อยู่ลึกลงไป และสามารถช่วยฟื้นฟูทุกปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ซึ่งจะทำให้การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ามีความตอบโจทย์กับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในการรักษาฝ้าและฟื้นฟูสภาพผิวที่ชัดเจนและยาวนานมากยิ่งขึ้น


3.ผลลัพธ์ในการรักษาและระยะเวลาในการพักฟื้น


การเลเซอร์ฝ้า :

ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ฝ้าที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนี้ ส่งผลให้ผู้ที่เข้ารับการเลเซอร์ฝ้าทุกคนจะสามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์ของรอยดำคล้ำจากฝ้าที่เริ่มจางลงอย่างเห็นได้นับตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเข้ารับการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม การจะบรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุดในการเลเซอร์ฝ้านั้นก็จะต้องขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่มาเข้ารับการเลเซอร์ด้วยเช่นกัน สำหรับในส่วนของระยะเวลาในการพักฟื้น เทคโนโลยีการเลเซอร์ฝ้าส่วนใหญ่มักจะไม่ให้เกิดความเจ็บปวดในระหว่างขั้นตอนการรักษา ซึ่งจะช่วยให้การเลเซอร์ฝ้าใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่น้อยกว่าการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า


การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า :

หากเปรียบเทียบกับการเลเซอร์ฝ้า การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ามักจะให้ผลลัพธ์หลังจากการรักษาที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนได้ช้ากว่าการเลเซอร์ฝ้า เนื่องจากการปรับปรุงคุณภาพผิวในระดับเซลล์นั้นเป็นขั้นตอนการฟื้นฟูทางธรรมชาติที่จำเป็นจะต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่ทั้งนี้เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่เข้ารับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าก็จะสามารถสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวหนังโดยรวม ตลอดจนรอยฝ้าและรอยดำคล้ำต่าง ๆ ที่มีการลดลงไปได้อย่างชัดเจน อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้จากการการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ายังสามารถคงอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยาวนานมากกว่าการเลเซอร์ฝ้า สำหรับในส่วนของระยะเวลาในการพักฟื้น การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจะใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่ค่อนข้างนานกว่าการเลเซอร์ฝ้า อีกทั้งผู้ที่เข้ารับการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ายังจำเป็นที่จะงดการเดินทางหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะเวลาที่นานกว่าการเลเซอร์ฝ้าด้วยเช่นกัน


4.ระยะเวลาในการแสดงผลลัพธ์ในการรักษา


การเลเซอร์ฝ้า :

ผลลัพธ์ของการรักษาฝ้าด้วยการเลเซอร์ฝ้ามักจะมีความแตกต่างกันออกไปตามอายุ เพศ สภาพผิวหนัง และปัญหาผิวหนังที่เกิดขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการเลเซอร์ฝ้าสามารถให้ผลลัพธ์เกี่ยวกับผิวที่เรียบเนียนและรอยฝ้าที่ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดเป็นระยะเวลาหลายเดือนถึงหนึ่งปี หรือมากกว่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ผลลัพธ์ในการเลเซอร์ฝ้ามีประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้ที่มาเข้ารับการเลเซอร์ฝ้าก็ควรมาเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ


การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า:

หนึ่งในข้อดีที่โดดเด่นของการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า คือ การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าจะให้ผลลัพธ์ในการรักษาฝ้า ตลอดจนการช่วยฟื้นคืนสภาพผิวและการช่วยชะลอวันที่ยาวนานกว่าการเลเซอร์ฝ้า โดยผลลัพธ์ของการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าส่วนใหญ่จะสามารถคงอยู่ได้ยาวนานหลายปี นอกจากนี้นวัตกรรมเซลล์บำบัดด้วยการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้ายังมักจะทำเพียงแค่ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น


5.ราคา


เลเซอร์ฝ้า :

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเลเซอร์ในปัจจุบันนี้ ส่งผลให้การเลเซอร์ฝ้าจึงมีค่าใช้จ่ายในระหว่างขั้นตอนการรักษาที่น้อยกว่าการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ซึ่งจะส่งผลให้การรักษาด้วยเลเซอร์กลายมาเป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่าหากเปรียบเทียบในราคาต่อครั้ง


ฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า :

ในทางตรงกันข้าม การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าอาจมาพร้อมด้วยราคาที่แพงกว่า การเลเซอร์ฝ้า เนื่องจากการฉีดสเต็มเซลล์รักษาเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาฝ้าในระดับเซลล์ที่จะมีความซับซ้อนของขั้นตอนการจัดเก็บสเต็มเซลล์และความเชี่ยวชาญที่มีความเฉพาะสำหรับการรักษาและการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าที่ให้ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ แต่ทั้งนี้การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้าก็นับได้ว่าเป็นวิธีการที่คุ้มค่าที่จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษาฝ้า ร่วมกับการมีผิวที่เรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์ได้อย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างยาวนานมากกว่าการเลเซอร์ฝ้า


สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาการฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์หน้าใส สเต็มเซลล์ฉีดหน้า stem cell ฉีดหน้า Placenta Growth Factor ฉีดพลาเซนต้า เซลล์บำบัด เพื่อการช่วยชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์และแก้ไขทุกปัญหาผิวที่กวนใจ ที่ LBM Stem Cell Research Unit เราเป็นศูนย์วิจัยและผู้ให้บริการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือเซลล์ต้นกำเนิด ที่มุ่งมั่นศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ PHD ด้านเซลล์ต้นกำเนิด และ นักเทคนิคการแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (Stem Cells) และวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Technology) อย่างแท้จริง เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการช่วยทำให้สเต็มเซลล์สามารถช่วยซ่อมแซม ป้องกันความเสื่อม ฟื้นฟูความเสียหาย เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านการแพทย์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาพเสื่อมได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากที่สุด


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม LBM Stem Cell Research Unit

Facebook : LBMStemCells

LINE : @lbmstemcell

14 views0 comments
bottom of page