top of page
  • Writer's picturePranon L.

ไขข้อข้องใจเรื่องสเต็มเซลล์หน้าใส ทำไมใครๆ ก็ฉีดกัน

สเต็มเซลล์ฉีดหน้า สเต็มเซลล์หน้าใสดีไหม? ต้องฉีดบ่อยเท่าไหร่จึงจะเห็นผล


สำหรับแวดวงความงาม การชะลอวัย การดูแลผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวหน้า ย่อมรู้จัก คอลลาเจน (Collagen) และ อิลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และสุขภาพดีอย่างอ่อนเยาว์ โดยร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอลลาเจนได้เอง ทว่าหลังจากอายุ 20 ปีเป็นต้นไป คอลลาเจนบนผิวหน้าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน จะเสื่อมลง และมีปริมาณลดลง จากงานวิจัยพบว่า เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 อัตราการลดลงของคอลลาเจนสูงถึงปีละ 1.5% เลยทีเดียว


นอกจากนี้ยังมีตัวการอื่นๆ ที่ส่งผลให้คอลลาเจนลดลง เช่น แสงแดด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด รวมถึงการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้คอลลาเจนและอิลาสตินเสื่อมสภาพ จนนำไปสู่ปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวขาดความกระชับ ผิวหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย


ผู้ที่ต้องการให้ผิวหน้าสุขภาพดี แลดูอ่อนเยาว์ สามารถป้องกันและฟื้นฟูการเสื่อมสลายคอลลาเจน โดยการรักษาความชุ่มชื้นของผิวด้วยการทามอยจ์เจอร์ไรเซอร์ ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดในปริมาณที่สามารถป้องกันแดดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์


อีกวิธีหนึ่งที่สะดวก เห็นผล และทำเพียงครั้งเดียว คงผลลัพธ์ได้นานถึง 1 ปี คือ การฉีดสเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์เข้าไปที่ชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อเพิ่มและกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ส่งผลให้โปรตีนคอลลาเจนและอิลาสตินมีจำนวนมากขึ้น ชะลอการเสื่อมสลายของคอลลาเจน แม้อายุจะเพิ่มขึ้น


บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักสเต็มเซลล์ สเต็มเซลล์ฉีดหน้า ว่ามีประโยชน์อย่างไร และควรฉีดสเต็ลเซลล์หน้าใสที่ไหนดี จึงจะปลอดภัย ได้ผลจริง


การศึกษาวิจัย สเต็มเซลล์ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เวชศาสตร์ชะลอวัยมีผลิตภัณฑ์ ทรีทเมนต์ และหัตถการ จากสเต็มเซลล์ที่มีคุณสมบัติดีขึ้น ครอบคลุมหลายปัญหาผิว หรือเห็นผลมากขึ้น จนได้รับการยอมรับและมีการใช้อย่างแพร่หลาย ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการใช้สเต็มเซลล์เพื่อความงามและการบำรุงรักษาผิวพรรณ คือ การฉีดสเต็มเซลล์ชนิด MSCs


ทำไมจึงควรเป็นสเต็มเซลล์ชนิด MSCs? บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ สเต็มเซลล์ ชนิดของสเต็มเซลล์ และประโยชน์ของสเต็มเซลล์ชนิด MSCs รวมถึงแนะนำสถานที่ในการฉีดสเต็มเซลล์หน้าใส



เซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) ถูกนำมาใช้ในการบำบัดโรคบางโรค ฟื้นฟูบางอาการ รวมถึงใช้เพื่อการชะลอวัยและผิวพรรณ เพราะสเต็มเซลล์ สามารถแบ่งตัวเองได้อย่างไม่จำกัด สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์เนื้อเยื่อ เป็นต้น เพื่อแทนที่เซลล์ที่เสื่อมสภาพหรือเซลล์ที่สึกหรอ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ปรับสมดุลระบบต่างๆ ในร่างกาย


สเต็มเซลล์แบ่งชนิดตามแหล่งที่มา ได้เป็น 2 ชนิดได้แก่ HSCs และ MSCs จากงานวิจัยต่างๆ แสดงให้เห็นว่าสเต็มเซลล์โดดเด่นในการฟื้นฟูและชะลอวัย


สำหรับการฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับผิวหนัง โดยเฉพาะด้านผิวพรรณความงาม ต้องยกให้สเต็มเซลล์ชนิด MSCs ซึ่งมีข้อดี ดังนี้

  • สเต็มเซลล์ชนิด MSCs สามารถบรรเทาโรคแผลบนผิวหนังได้ ไม่ว่าจะเป็น แผลจากการกดทับ แผลจากการฉายรังสี แผลจากโรคเบาหวาน และแผลจากโรคเรื้อน

  • สเต็มเซลล์ MSCs สามารถฟื้นฟูบาดแผลได้ เพราะช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ รวมถึงเพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์ ทำให้แผลบนผิวหนังหายเร็วขึ้น และช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็น

  • สเต็มเซลล์โดดเด่นในเรื่องการชะลอวัย ช่วยลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลง

  • สเต็มเซลล์ช่วยเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรงขึ้น สุขภาพดีขึ้น บรรเทาความหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวหน้าและผิวกายมีความเปล่งปลั่ง กระจ่างใส

  • การซ่อมแซมที่ลงลึก ฟื้นฟูได้ถึงระดับเซลล์ เรียกว่าต่อต้านความชราได้ทั้งภายในสู่ภายนอก

  • สเต็มเซลล์ฉีดหน้ามีความปลอดภัย เพราะไม่มีส่วนผสมทางเคมี หรือสารที่เป็นอันตราย


สเต็มเซลล์หน้าใส สเต็มเซลล์ฉีดหน้า เหมาะกับใคร


  • ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าของตนดูเด็กลง อ่อนเยาว์มากกว่าที่เคย

  • ผู้ที่หวังผลทางด้านผิวเด้งอิ่มฟู ผิวยืดหยุ่น

  • คนที่ต้องการลดริ้วรอย ฝ้า รอยดำ ขจัดความหมองคล้ำ

  • คนที่ต้องการดูแลเรื่องรูขมขน ให้ดูตื้นขึ้นและมีขนาดเล็กลง

  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย คนที่ต้องการเติมความแข็งแรงให้แก่ผิว และปรับสมดุลผิว

  • คนที่ต้องการป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น ไม่ว่าจะเป็นจากการเข้ารับการผ่าตัด หรือจากการศัลยกรรม

  • คนที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป ซึ่งอยู่ในวัยที่คอลลาเจน และ อิลาสตินค่อยๆ ลดลง จนก่อให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

  • คนที่มีเวลาน้อย และต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน เพราะการฉีดสเต็มเซลล์หน้าใสไม่ต้องพักฟื้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องลางาน หรือรอการพักฟื้นผิวหน้าที่บ้าน


LBM Stem Cell Research Unit นำสเต็มเซลล์ซึ่งสกัดจากเนื้อเนื้อเยื่อสายสะดือ (Umbilical Cord หรือ UC-MSCs) มาผลิตเป็น LBM Regenerative Cells ด้วยกระบวนการที่ผ่านการควบคุมคุณภาพและคัดเลือกอย่างเข้มงวดตามหลักมาตรฐานสากล ภายในห้องปฏิบัติการที่เป็นห้องสะอาดระดับ Class 100 และ Class 10,000 เพื่อให้ได้สเต็มเซลล์อันทรงประสิทธิภาพมากที่สุด


LBM Regenerative Cells สามารถใช้ฟื้นฟูดูแลผิวพรรณบริเวณที่ต้องการ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือผิวหนังทั่วร่างกาย โดยโปรแกรมดูแลผิวและฟื้นฟูสุขภาพจาก LBM ฉีดสเต็มเซลล์เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เรียกว่าเป็นการทำหัตถการที่ครอบคลุมทุกงานผิวเพียงครั้งเดียว ผลอยู่นานถึง 1 ปี


ปริมาณจำนวนเซลล์ที่ใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหนังประมาณ 5-25 ล้านเซลล์ โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการประเมินและกำหนดว่าควรฉีดปริมาณเท่าไหร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ

  • ความต้องการของผู้เข้ารับบริการว่าต้องการฉีดบริเวณใด

  • อายุของผู้เข้ารับบริการ

  • ปัญหาผิวที่ต้องการฟื้นฟู

เพื่อเลือกปริมาณการใช้สเต็มเซลล์หน้าใส หรือสเต็มเซลล์ฉีดหน้า ให้เหมาะสมที่สุด ควบคู่ไปกับการประเมินของแพทย์


สำหรับการจัดเตรียม MSCs เพื่อฉีดเข้าผิวหนัง MSCs จะถูกบรรจุไซริงค์ ขนาด 1 มิลลิลิตร พร้อมเข็มขนาด 30 กรัม ตามจำนวนการวินิจฉัยของแพทย์ โดยมาพร้อมกับชุด Skin Test 1 ชุด




หากสนใจใช้สเต็มเซลล์ในการฟื้นฟู ควรฉีดสเต็มเซลล์หน้าใสที่ไหนดี

  • เลือกศูนย์ที่เป็นผู้นำและมีความโดดเด่นทางด้านสเต็มเซลล์

  • เลือกศูนย์ที่มีห้องปฏิบัติการเป็นของตนเอง เพื่อการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดสรรสเต็มเซลล์ เพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ จัดเก็บสเต็มเซลล์โดยคงไว้ซึ่งคุณภาพและประสิทธิภาพ

  • เลือกศูนย์ที่มีเอกสารรับรองการได้รับเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งทำให้คุณสามารถตรวจสอบได้

  • การฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์ ไม่ว่าจะเป็น สเต็มเซลล์หน้าใส การฉีดสเต็มเซลล์ข้อเข่า การฉีดสเต็มเซลล์รักษาฝ้า ฯลฯ ล้วนต้องอยู่ภายใต้การแนะนำดูแลและควบคุมโดยแพทย์ ดังนั้นต้องเข้ารับบริการจากศูนย์ที่มีทีมงานผู้ชำนาญเรื่องเซลล์บำบัดโดยเฉพาะ

  • เลือกศูนย์ที่ผลิตภัณฑ์ MSCs ได้รับการยอมรับและถูกเลือกใช้มากที่สุดในประเทศไทย


จากหัวข้อที่กล่าวมา มีเพียงตัวเลือกเดียว คือ LBM Stem Cell Research Unit ซึ่งมี อาจารย์พิมพ์ใจ นัยโกวิทย์ ผู้บุกเบิกธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดแก่กระทรวงสาธารณสุข และเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ growth factor placenta ได้สำเร็จเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ผู้ใช้บริการจึงสามารถวางใจได้ถึงประสิทธิภาพของ สเต็มเซลล์ฉีดหน้า การฉีดพลาเซนต้า และประทับใจกับผลลัพธ์หลังการฉีดเมื่อทำหัตถการตามคำแนะนำของแพทย์


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม LBM Stem Cell Research Unit

Facebook : LBMStemCells

LINE : @lbmstemcell


19 views0 comments

Comments


bottom of page